จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Universal Serial Bus (USB - ยูเอสบี) เป็นข้อกำหนดมาตรฐานของบัสการสื่อสารแบบอนุกรม เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้กับคอมพิวเตอร์ แต่สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์อื่น เช่น เซตทอปบอกซ์ (set-top boxes), เครื่องเล่นเกม (game consoles) และพีดีเอ (PDAs).
ระบบยูเอสบีเป็นการออกแบบโดยประกอบด้วย โฮสท์คอนโทรลเลอร์ และอุปกรณ์หลาย ๆ อุปกรณ์ที่ต่อเชื่อมในรูปแบบต้นไม้โดยใช้อุปกรณ์พิเศษเรียกว่า "ฮับ (hub)" โดยมีข้อจำกัดของการต่อเชื่อมฮับได้ไม่เกิน 5 ระดับต่อ 1 คอนโทรลเลอร์ และสามารถต่อเชื่อมได้กับอุปกรณ์ 127 อุปกรณ์ต่อ 1 โฮสท์คอนโทรลเลอร์ โดยนับรวมฮับเป็นอุปกรณ์ด้วย ในคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ จะมีโฮสท์คอนโทรลเลอร์อยู่หลายช่อง ซึ่งพอเพียงสำหรับการต่อเชื่อมอุปกรณ์จำนวนมาก ๆ การต่อเชื่อมแบบยูเอสบีไม่จำเป็นต้องมีจุดสิ้นสุด (terminator) เหมือนการต่อเชื่อมแบบ SCSI
การออกแบบของยูเอสบีมีจุดมุ่งหมายที่จะขจัดความจำเป็นในการเพิ่มการ์ดขยาย (expansion card) ในช่องการเชื่อมต่อแบบบัส ISA หรือ PCI และเพิ่มความสามารถของรูปแบบ plug-and-play โดยยอมให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถถอด สับเปลี่ยน หรือเพิ่มจากระบบโดยไม่ต้องปิดคอมพิวเตอร์หรือบูตระบบใหม่ เมื่ออุปกรณ์ใหม่ถูกต่อเชื่อมเข้าสู่บัสเป็นครั้งแรก โฮสท์จะทำการระบุอุปกรณ์ และติดตั้งตัวขับอุปกรณ์ (device driver) ที่จำเป็นในการใช้งานอุปกรณ์นั้น
ยูเอสบีสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วง (peripherals) เช่น เมาส์ แป้นพิมพ์ แพดเกม จอยสติ๊ก สแกนเนอร์ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดดิสก์ และ อุปกรณ์เครือข่าย เป็นต้น ยูเอสบีได้กลายเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์มัลติมีเดีย เช่น สแกนเนอร์ หรือกล้องถ่ายรูปดิจิตอล และนิยมนำไปทดแทนการเชื่อมต่อแบบเดิม เช่น การเชื่อมต่อแบบขนาน (parallel) สำหรับเครื่องพิมพ์ การเชื่อมต่อแบบอนุกรม (serial) สำหรับโมเด็ม ทั้งนี้เนื่องจากยูเอสบีช่วยลดข้อจำกัดหลาย ๆ ด้านของการเชื่อมต่อแบบเดิม เช่น การเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์หลาย ๆ เครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ในปี 2547 มีอุปกรณ์ยูเอสบีประมาณ 1 พันล้านชิ้นถูกผลิตขึ้น และอุปกรณ์ต่อพ่วงใหม่ๆ ที่ถูกผลิตออกมาก็จะใช้รูปแบบการต่อเชื่อมแบบยูเอสบี มีเพียงอุปกรณ์ที่ต้องการความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลมาก ๆ เท่านั้นที่ไม่สามารถใช้ยูเอสบี เช่น จอภาพแสดงผล หรือ มอนิเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิตอลวีดีโอคุณภาพสูง เป็นต้น
ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ (อังกฤษ: USB flash drive) เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูลโดยใช้หน่วยความจำแบบแฟลช ทำงานร่วมกับยูเอสบี 1.1 หรือ 2.0 มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ในปัจจุบัน แฟลชไดรฟ์มีความจุตั้งแต่ 4 GB ถึง 2TB โดยทั่วไปไดรฟ์จะทำงานได้ในหลายระบบปฏิบัติการซึ่งรวมถึง วินโดวส์ 98/ME/2000/XP/Vista/7 แมคอินทอช ลินุกซ์ และยูนิกซ์
แฟลชไดรฟ์ รู้จักกันในชื่อต่างๆ รวมถึง "ทัมบ์ไดรฟ์" "คีย์ไดรฟ์" "จัมป์ไดรฟ์ และชื่อเรียกอื่น โดยขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ปัจจุบันชื่อสากล จะเรียกว่าแฟลชไดรฟ์
ชื่อเรียกอื่นของแฟลชไดรฟ์
******************************
ชื่อเรียกของแฟลชไดรฟ์ (รวมถึงคำว่าแฟลชไดรฟ์) ไม่มีชื่อพื้นฐานที่กำหนด โดยผู้ผลิตได้ตั้งชื่อเป็นโมเดลของตัวเอง ซึ่งได้แก่
1.คีย์ไดรฟ์ (key drive)
2.จัมป์ไดรฟ์ (jump drive) เครื่องหมายการค้าของเล็กซาร์
3.ดาต้าคีย์ (data key)
4.ดาต้าสติ๊ก (data stick)
5.ทราเวลไดรฟ์ (travel drive) เครื่องหมายการค้าของ เมโมเร็กซ์
6.ทัมบ์ไดรฟ์ (ThumbDrive) เครื่องหมายการค้าของ เทร็ค
7.ทัมบ์คีย์ (thumb key)
8.เพนไดรฟ์ (pen drive)
9.ฟิงเกอร์ไดรฟ์ (finger drive)
10.แฟลชไดรฟ์ (flash drive)
11.แฟลชดิสก์ (flash disk)
12.เมโมรีไดรฟ์ (memory drive)
13.ยูเอสบีไดรฟ์ (usb drive)
14.ยูเอสบีคีย์ (usb key)
15.แฮนดีไดรฟ์ (handy drive)
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/ยูเอสบี
http://th.wikipedia.org/wiki/ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์
วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557
วันหยุดประจำปี 2557
วันหยุด และวันสำคัญ เดือนมกราคม 2557
วันเสาร์
ที่ 11
มกราคม 2557 » วันเด็กแห่งชาติ
วันจันทร์ ที่ 13
มกราคม 2557 » วันการบินแห่งชาติ
วันอังคาร ที่ 14
มกราคม 2557 » วันทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ
วันพฤหัสบดี ที่ 16
มกราคม 2557 » วันครู
วันศุกร์ ที่ 17
มกราคม 2557 » วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
วันศุกร์ ที่17
มกราคม 2557 » วันโคนมแห่งชาติ
วันเสาร์ ที่ 18
มกราคม 2557 » วันกองทัพไทย
วันเสาร์ ที่ 25
มกราคม 2557 » วันกองทัพบก
วันศุกร์ ที่ 31
มกราคม 2557 » วันตรุษจีน
วันหยุด และวันสำคัญ เดือนกุมภาพันธ์ 2557
วันอาทิตย์ ที่ 2
กุมภาพันธ์ 2557 » วันเกษตรแห่งชาติ
วันจันทร์ ที่ 3
กุมภาพันธ์ 2557 » วันทหารผ่านศึก
วันจันทร์ ที่ 10
กุมภาพันธ์ 2557 » วันอาสารักษาดินแดน
วันศุกร์ ที่ 14
กุมภาพันธ์ 2557 » วันวาเลนไทน์
วันศุกร์ ที่ 14
กุมภาพันธ์ 2557 » วันมาฆบูชา (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันจันทร์
ที่ 24
กุมภาพันธ์ 2557 » วันศิลปินแห่งชาติ
วันอังคาร ที่ 25
กุมภาพันธ์ 2557 » วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ
วันพุธ ที่ 26
กุมภาพันธ์ 2557 » วันสหกรณ์แห่งชาติ
วันหยุด และวันสำคัญ เดือนมีนาคม 2557
วันเสาร์ ที่ 8
มีนาคม 2557 » วันสตรีสากล
วันพฤหัส ที่ 13
มีนาคม 2557 » วันช้างไทย
วันพฤหัส ที่ 20
มีนาคม 2557 » วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ
วันศุกร์ ที่ 21
มีนาคม 2557 » วันกวีนิพนธ์สากล
วันเสาร์
ที่ 22
มีนาคม 2557 » วันน้ำของโลก World Day for Water
วันพฤหัส ที่ 27
มีนาคม 2557 » วันกองทัพอากาศ
วันจันทร์ ที่ 31
มีนาคม 2557 » วันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันอังคาร ที่ 1
เมษายน 2557 » April
Fool's Day
วันอังคาร ที่ 1
เมษายน 2557 » วันข้าราชการพลเรือน
วันพุธ ที่ 2
เมษายน 2557 » วันอนุรักษ์มรดกไทย
วันอาทิตย์ ที่ 6
เมษายน 2557 » วันจักรี (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันจันทร์
ที่ 7
เมษายน 2557 » วันอนามัยโลก
วันอาทิตย์ ที่ 13
เมษายน 2557 » วันสงกรานต์ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันอาทิตย์
ที่ 13
เมษายน 2557 » วันการประมง
วันอาทิตย์ ที่ 13
เมษายน 2557 » วันผู้สูงอายุแห่งชาติ
วันจันทร์ ที่ 14
เมษายน 2557 » วันสงกรานต์ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันจันทร์
ที่ 14
เมษายน 2557 » วันครอบครัว
วันอังคาร ที่ 15
เมษายน 2557 » วันสงกรานต์ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันอังคาร
ที่ 22
เมษายน 2557 » วันคุ้มครองโลก
วันหยุด และวันสำคัญ เดือนพฤษภาคม 2557
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2557 » วันแรงงานแห่งชาติ (วันหยุดราชการ)
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2557 » วันแรงงานแห่งชาติ (วันหยุดราชการ)
วันจันทร์
ที่ 5
พฤษภาคม 2557 » วันฉัตรมงคล (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันพฤหัสบดี
ที่ 8
พฤษภาคม 2557 » วันกาชาดสากล
วันจันทร์ ที่ 12
พฤษภาคม 2557 » วันพยาบาลสากล
รอประกาศจากสำนักพระราชวัง
» วันพืชมงคล (วันหยุดราชการ)
วันอังคาร
ที่ 13
พฤษภาคม 2557 » วันวิสาขบูชา (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันเสาร์
ที่ 31
พฤษภาคม 2557 » วันงดสูบบุหรี่โลก
วันพฤหัส ที่ 5
มิถุนายน 2557 » วันสิ่งแวดล้อมโลก
วันอาทิตย์ ที่ 8
มิถุนายน 2557 » วันมหาสมุทรโลก
หรือวันทะเลโลก
วันจันทร์
ที่ 9
มิถุนายน 2557 » วันอานันทมหิดล
วันอังคาร ที่ 24
มิถุนายน 2557 » วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง
วันพฤหัสบดี ที่ 26
มิถุนายน 2557 » วันสุนทรภู่
วันพฤหัสบดี ที่ 26
มิถุนายน 2557 » วันต่อต้านยาเสพติดโลก
วันหยุด และวันสำคัญ เดือนกรกฎาคม 2557
วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม 2557 » วันหยุดครึ่งปีธนาคาร (วันหยุดธนาคาร)
วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม 2557 » วันหยุดครึ่งปีธนาคาร (วันหยุดธนาคาร)
วันศุกร์
ที่ 11
กรกฎาคม 2557 » วันอาสาฬหบูชา (วันหยุดราชการ, วันหยุดธนาคาร)
วันเสาร์
ที่ 12
กรกฎาคม 2557 » วันเข้าพรรษา
วันจันทร์ ที่ 14
กรกฎาคม 2557 » หยุดชดเชย วันเข้าพรรษา
วันอังคาร ที่ 29
กรกฎาคม 2557 » วันภาษาไทย
วันพฤหัสบดี ที่ 7
สิงหาคม 2557 » วันรพี
วันอาทิตย์ ที่ 10
สิงหาคม 2557 » วันสารทจีน
วันอังคาร ที่ 12
สิงหาคม 2557 » วันแม่แห่งชาติ (วันหยุดราชการ, วันหยุดธนาคาร)
วันเสาร์
ที่ 16
สิงหาคม 2557 » วันสันติภาพไทย
วันจันทร์ ที่ 18
สิงหาคม 2557 » วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
วันจันทร์ ที่ 15
กันยายน 2557 » วันศิลป์ พีระศรี
วันอังคาร ที่ 16
กันยายน 2557 » วันโอโซนสากล
วันศุกร์ ที่ 19
กันยายน 2557 » วันพิพิธภัณฑ์ไทย
วันศุกร์ ที่ 19
กันยายน 2557 » วันไหว้พระจันทร์
วันเสาร์ ที่ 20
กันยายน 2557 » วันเยาวชนแห่งชาติ
วันเสาร์ ที่ 20
กันยายน 2557 » วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ
วันพุธ ที่ 24
กันยายน 2557 » วันมหิดล
วันเสาร์ ที่ 27
กันยายน 2557 » วันทะเลโลก
วันหยุด และวันสำคัญ เดือนตุลาคม 2557
วันพุธ ที่ 8
ตุลาคม 2557 » วันออกพรรษา
วันพฤหัส ที่ 9
ตุลาคม 2557 » วันไปรษณีย์โลก
วันจันทร์ ที่ 13
ตุลาคม 2557 » วันตำรวจ
วันอังคาร ที่ 14
ตุลาคม 2557 » วันประชาธิปไตย
วันพฤหัสบดี ที่ 16
ตุลาคม 2557 » วันอาหารโลก
วันอาทิตย์ ที่ 19
ตุลาคม 2557 » วันเทคโนโลยีของไทย
วันอังคาร ที่ 21
ตุลาคม 2557 » วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ
วันอังคาร ที่ 21
ตุลาคม 2557 » วันพยาบาลแห่งชาติ
วันอังคาร ที่ 21
ตุลาคม 2557 » วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ
วันอังคาร ที่ 21
ตุลาคม 2557 » วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ
วันพฤหัส ที่ 23
ตุลาคม 2557 » วันปิยมหาราช (วันหยุดราชการ, วันหยุดธนาคาร)
วันศุกร์
ที่ 31
ตุลาคม 2557 » วันฮาโลวีน (Halloween)
วันศุกร์ ที่ 31
ตุลาคม 2557 » วันออมแห่งชาติ
วันอาทิตย์ ที่ 9
พฤศจิกายน 2557 » วันคนพิการ
วันศุกร์
ที่ 14
พฤศจิกายน 2557 » วันบิดาแห่งฝนหลวง
วันพฤหัส ที่ 20
พฤศจิกายน 2557 » วันกองทัพเรือ
วันอังคาร ที่ 25
พฤศจิกายน 2557 » วันประถมศึกษาแห่งชาติ
วันอังคาร ที่ 25
พฤศจิกายน 2557 » วันวชิราวุธ
วันพฤหัส
ที่ 27
พฤศจิกายน 2557 » วันสาธารณสุขแห่งชาติ
วันพฤหัส ที่ 27
พฤศจิกายน 2557 » วันสร้างสุขภาพแห่งชาติ
วันจันทร์ ที่ 1
ธันวาคม 2557 » วันต้านเอดส์โลก
วันจันทร์ ที่ 1
ธันวาคม 2557 » วันดำรงราชานุภาพ
วันพุธ ที่ 3
ธันวาคม 2557 » วันคนพิการสากล
วันพฤหัส ที่ 4
ธันวาคม 2557 » วันสิ่งแวดล้อมไทย
วันศุกร์ ที่ 5
ธันวาคม 2557 » วันพ่อแห่งชาติ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม 2557 » วันรัฐธรรมนูญ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
วันอังคาร
ที่ 16
ธันวาคม 2557 » วันกีฬาแห่งชาติ
วันพุธ ที่ 24
ธันวาคม 2557 » คริสมาสต์อีฟ
วันพฤหัส ที่ 25
ธันวาคม 2557 » วันคริสต์มาส
วันศุกร์ ที่ 26
ธันวาคม 2557 » วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
วันอาทิตย์
ที่ 28
ธันวาคม 2557 » วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
วันพุธ ที่ 31
ธันวาคม 2557 » วันสิ้นปี (วันหยุดธนาคาร,
วันหยุดราชการ)
วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556
กําจัดไวรัสซ่อนไฟล์
เปิด Command Prompt โดยเข้าที่
1.ไปที่ Start Menu -->All program --> Accessories -->Command Prompt พิมพ์ cmd
หรือ กด start พิมพ์ในช่องค้นหาว่า cmd หรือคลิกที่ run
2.จะได้หน้าต่างสีดำๆ มา ให้ทำการดูว่า แฟรชไดส์เราเป็นไดส์อะไร(ไดส์ที่เราจะทำการกำจัดไวรัสซ่อนไฟล์) เช่น ถ้าเป็นไดส์ G ก็ให้พิมพ์ g: เป็นต้น แล้วกดEnter
เช่น C:\Document and Settings\Administrator> g:
3.จากนั้นให้ทำการพิมพ์ว่า attrib -r -s -a -h /d /s แล้วกด Enter
เช่น g:\>attrib -r -s -a -h /d /s
4. รอสักครู่ จนกว่าจะขึ้นแบบไดร์ปกติ (คำสั่ง attrib -r -s -a -h /d /s ในบรรทัดถัดไปจะไม่มี) พอขึ้นแบบนี้แล้วให้ทำการ ปิด แล้วให้เปิดไดส์ ของแฟรชไดส์ของเรา
เช่น g:\>
1.ไปที่ Start Menu -->All program --> Accessories -->Command Prompt พิมพ์ cmd
หรือ กด start พิมพ์ในช่องค้นหาว่า cmd หรือคลิกที่ run
2.จะได้หน้าต่างสีดำๆ มา ให้ทำการดูว่า แฟรชไดส์เราเป็นไดส์อะไร(ไดส์ที่เราจะทำการกำจัดไวรัสซ่อนไฟล์) เช่น ถ้าเป็นไดส์ G ก็ให้พิมพ์ g: เป็นต้น แล้วกดEnter
เช่น C:\Document and Settings\Administrator> g:
3.จากนั้นให้ทำการพิมพ์ว่า attrib -r -s -a -h /d /s แล้วกด Enter
เช่น g:\>attrib -r -s -a -h /d /s
4. รอสักครู่ จนกว่าจะขึ้นแบบไดร์ปกติ (คำสั่ง attrib -r -s -a -h /d /s ในบรรทัดถัดไปจะไม่มี) พอขึ้นแบบนี้แล้วให้ทำการ ปิด แล้วให้เปิดไดส์ ของแฟรชไดส์ของเรา
เช่น g:\>
วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
มาตรฐานด้าน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยยศ เรืองสุวรรณ
บทนำ
เมื่อประมาณกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ.2542 ผู้เขียนได้เขียนบทความสั้นๆ เรื่องหนึ่งในหัวข้อเรื่อง“มาตรฐานประกันคุณภาพการศึกษา : สร้างมาตรฐานการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ” เพื่อใช้ประกอบการบรรยายในการอบรมอาจารย์และบุคลากรใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งประเด็นสำคัญที่บรรยายในครั้งนั้น ได้เน้นในเรื่อง “วัสดุอุปกรณ์ และสื่อเทคโนโลยีการศึกษา” ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่มหาวิทยาลัยคาดหวังให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าวในการพัฒนาระบบการเรียนการสอน โดยเฉพาะเรื่อง IT (Information Technology) ที่มีต่อมาตรฐานและคุณภาพของสถานศึกษา นอกเหนือจากเรื่องอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบหลักของการปฏิรูปการศึกษา จากช่วงเวลานั้นจนถึงปัจจุบัน จะพบว่า IT หรือ ICT (Information and Communication Technology) ได้กลายมาเป็นปัจจัยหลักของระบบการจัดการศึกษาและการเรียนการสอน และขยายออกไปสู่การใช้ในวิถีชีวิตปัจจุบันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในการจัดการเรียนการสอนนั้น “ครู” ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการออกแบบ การพัฒนา และการจัดการเรียนการสอน จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ด้วยอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ ศึกษาในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยก็ตาม ดังนั้น บทความนี้จึงจะเสนอแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา (ETC : Educational Technology and Communications)และมาตรฐาน รวมทั้งตัวอย่างมาตรฐานสถานศึกษาต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ อีกทัศนะหนึ่ง ซึ่งสาระสำคัญดังกล่าวนี้ อาจนำไปประยุกต์เป็นแนวคิดพื้นฐาน และเป็นแนวทางในการกำหนดมาตรฐานด้าน ICT/ETC และเป็นบรรทัดฐานการกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับครูยุคใหม่ต่อไป
ความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นต้นมา ระบบการศึกษา
ได้รับการปฏิรูปไปพร้อมๆ กับการปฏิรูประบบราชการ ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษานั้น ได้มีการปฏิรูปอย่างครบถ้วนทั้งระบบ ทำให้เกิดความคาดหวังใหม่ทั้งในด้านมาตรฐานและคุณภาพของการศึกษา ประกอบกับบริบทด้านวิถีชีวิตในสังคมเปลี่ยนเข้าสูยุคเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ยากต่อการปฏิเสธที่จะไม่ยอมรับเทคโนโลยีดังกล่าว เทคโนโลยีการศึกษาและการเรียนการสอนได้เปลี่ยนโฉมหน้าใหม่จากการเน้นการใช้เทคโนโลยีการสอนสู่เทคโนโลยีการเรียนมากขึ้น การพัฒนาการเรียนการสอนได้ประยุกต์วิธีระบบสู่การปฏิบัติไปพร้อมๆ กับการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในระบบการเรียนมากขึ้นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอน “ครู” ในฐานะผู้จัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนการสอน ต้องเรียนรู้และปฏิรูประบบการเรียนการสอนไปตามกระบวนการและความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นั่นย่อมหมายความว่า มาตรฐานของครูย่อมจะต้องเพิ่มเติมในเรื่องขีดความรู้ความสามารถในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ครูต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาในส่วนของ ICT เพิ่มเข้าไปด้วยนั่นเอง
เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ เรื่อง “มาตรฐานด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาสำหรับครูในศตวรรษที่ 21” งานโสตเทคโนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 วันที่ 1-2 ธันวาคม 2548รองศาสตราจารย์ ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กล่าวถึงเรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา ไว้ในหมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63-มาตรา 69 ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
มาตรา 63 รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุ โทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบำรุง ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น
มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาชีพ ความ สามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทั้งนี้โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
มาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
มาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย
มาตรา 68 ให้มีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทาน และผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน รวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อการพัฒนาคนและสังคมหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 69 รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายแผน ส่งเสริม และประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
นอกจากนั้น ใน แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2545-2559 ยังได้กำหนดเป้าหมาย และกรอบดำเนินการในนโยบายข้อ 10 การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และการพัฒนาประเทศ ดังนี้
- เป้าหมาย จำนวน 2 ข้อ ได้แก่
1.2 ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการเพิ่มพูนความรู้และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามสมควร
2. กรอบดำเนินงาน จำนวน 4 ข้อ ได้แก่
2.1 ส่งเสริมหน่วยงานทุกระดับและสถานศึกษาทุกแห่งให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
2.2 ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มคุณภาพของการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
2.3 ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้และผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีจิตสำนึก มีจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและผลิตสื่อเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ
2.4 พัฒนาผู้รับและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกสรรกลั่นกรอง และใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามนัยของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จะกล่าวถึงเรื่องวิธีการและเครื่องมือเพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งจะประกอบไปด้วย สื่อมวลชน (Mass Media) โทรคมนาคม(Telecommunication) เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) แหล่งการเรียน (Learning Resources) และสื่อโสตทัศน์ (Audiovisual Media)ในส่วนของเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีกระบวนการ (Process Technology) {ที่ประกอบด้วย การวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนา การทดลอง/การใช้ และการประเมิน} เทคโนโลยีเครื่องมือ (Product Technology) และเทคโนโลยีการบูรณาการ
กระบวนการและเครื่องมือ (Integration of Process and Product Technology) แนวคิดดังกล่าวอาจสรุปได้ว่าเป็นการประยุกต์วิธีระบบเข้าสู่การศึกษาและการเรียนการสอนนั่นเองความหมายและขอบข่ายของเทคโนโลยีการศึกษาดังกล่าวข้างต้น จะเป็นแนวคิดและแนวทางตลอดจนบรรทัดฐานในการกำหนดมาตรฐานด้าน ICT และ ETC สำหรับครูยุคปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี
มาตรฐานหรือคุณภาพ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของคำว่า “มาตรฐาน” ไว้ว่าหมายถึง “สิ่งที่ถือเอาเป็นเกณฑ์ที่รับรองกันโดยทั่วไป เช่น เวลามาตรฐานกรีนิช สิ่งที่ถือเอาเป็นเกณฑ์สำหรับเทียบกำหนด ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เช่น มาตรฐานอุตสาหกรรม หนังสือนี้ยังไม่เข้ามาตรฐาน” ตัวอย่างของมาตรฐานอาจจะขยายความต่อไปได้อีกมาก เช่น มาตรฐานขั้นต่ำของคนต้องมีอวัยวะ “ครบองค์ 32” มาตรฐานของบ้านต้องมีห้องน้ำ ห้องส้วม วัดต้องมีโบสถ์ โรงเรียนต้องมีห้องสมุดรถยนต์ต้องมีเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวต้องเป็นเกณฑ์ที่รับรองกันโดยทั่วไป ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
“คุณภาพ” หมายถึง “ลักษณะที่ดีเด่นของบุคคลหรือสิ่งของ ดังนั้น “คุณภาพ” จึงเป็นภาวะหรือสภาพที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์ ในทางธุรกิจและอุตสาหกรรม ถือว่าลูกค้าหรือผู้บริโภคเป็นบุคคลสำคัญจึงนิยามความหมายของคุณภาพว่า “คุณภาพ” คือ สภาพที่เป็นคุณประโยชน์และทำความพึงพอใจต่อลูกค้ามาตรฐานและคุณภาพมักจะควบคู่กันอยู่เสมอ มาตรฐานเป็นข้อกำหนดองค์ประกอบ ส่วนคุณภาพเป็นระดับของคุณค่าหรือประโยชน์ของแต่ละองค์ประกอบ ตัวอย่างของมาตรฐานรถยนต์ทุกประเภทต้องมีกระจกทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังถ้ารถคันใดมีกระจกไม่ครบทุกด้านถือว่าไม่ได้มาตรฐาน คุณภาพของกระจกรถยนต์มีสูงต่ำหลายระดับ เช่น แตกแล้วกระจายออกทันที แตกแล้วไม่กระจายของแข็งกระทบก็ไม่แตก ยิงด้วยปืนก็ไม่แตก เป็นต้น มาตรฐานสูงจึงหมายถึง มีองค์ประกอบที่เป็นคุณประโยชน์เป็นจำนวนมาก คุณภาพสูง หมายถึง แต่ละองค์ประกอบและองค์รวมก่อให้เกิดคุณประโยชน์และความพึงพอใจในระดับสูง
มาตรฐานและคุณภาพการศึกษาอันเป็นผลรวมหรือจุดหมายปลายทาง ได้แก่ ผู้เรียนมีคุณภาพ คือเป็นคนที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม เช่น มีความรู้ มีความสามารถ เฉลียวฉลาด คิดเป็นแก้ปัญหาเป็น มีคุณธรรม เป็นพลเมืองดี ทำงานเป็น มีอาชีพ พึ่งตนเองได้ เผื่อแผ่ผู้อื่น และเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นต้น ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางดังกล่าว กระบวนการจัดการศึกษาต้องมีมาตรฐาน และคุณภาพ หลายด้าน เช่น นโยบายและแผนการศึกษา ระบบการศึกษา ระบบบริหารและการจัดการศึกษาครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมเพื่อการศึกษา หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์และสื่อเทคโนโลยีการศึกษา การวัดและประเมินผลการศึกษา และงบประมาณและทรัพยากรเพื่อการศึกษา ทั้ง 9 เรื่องนี้จะต้องมีมาตรฐานและคุณภาพที่เป็นคุณประโยชน์ ทำความพึงพอใจต่อทุกฝ่ายทั้งฝ่ายผู้เรียน ผู้สอน ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้ปกครองของผู้เรียน ผู้ใช้บริการและประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี และผู้เป็นสมาชิกของสังคมและของชาติ
มาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษาเพื่อใช้ ICT พัฒนาการเรียนรู้
กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดมาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษา (โรงเรียน) ต้นแบบการใช้ ICTเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ขึ้น 5 ด้าน รวม 17 มาตรฐาน ดังนี้
1. ด้านการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา
1.1 มีแผนพัฒนาด้าน ICT ระยะกลาง (3-5 ปี) และแผนพัฒนาด้าน ICT ที่อยู่ในแผนปฏิบัติการประจำปีมีระบบเครือข่าย Intranet/LAN ในสถานศึกษา
1.2 มีอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของสถานศึกษา
1.3 มีซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในสถานศึกษาที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์
2. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
2.1 มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ ICT เป็นเครื่องมือและได้จัดการเรียนรู้ตามแผนฯ ที่กำหนด
2.2 ครูสามารถใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 มีรูปแบบการเรียนรู้ด้วย ICT ที่หลากหลายหรือตามแนวทางที่สถาบันพี่เลี้ยงกำหนด
3. ด้านการจัดการเรียนการสอน
3.1 นักเรียนได้เรียนรู้จากการใช้ ICT เป็นเครื่องมือในรูปแบบที่หลากหลายในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และได้ทำกิจกรรมต่างๆ โดยใช้ ICT ตามความสนใจของนักเรียน
3.2 นักเรียนมีทักษะการใช้ ICT ในการเรียนรู้ สามารถสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานที่ได้จากการใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
3.3 นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดและคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนสูงขึ้น
4. ด้านกระบวนการเรียนรู้
4.1 มี Web site ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน
4.2 มีการจัดทำระบบ Knowledge Management ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
4.3 มีการจัดรวบรวมสื่อ นวัตกรรมการเรียนการสอนด้วย ICT อย่างเป็นระบบ / จัดเป็นคลัง/แหล่งเรียนรู้/ศูนย์สื่อ ICT หรือห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) ฯลฯ ตามศักยภาพของสถานศึกษา
5. ด้านทรัพยากรการเรียนรู้
5.1 มีแผนพัฒนาด้าน ICT ระยะกลาง (3-5 ปี) และแผนพัฒนาด้าน ICT ที่อยู่ในแผนปฏิบัติการประจำปี
5.2 มีการสนับสนุนงบประมาณด้าน ICT เพื่อการเรียนการสอน
5.3 ส่งเสริมให้มีการประสานเครือข่ายจากชุมชน องค์กรภาครัฐและเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนด้าน ICT ที่ต่างได้รับประโยชน์ร่วมกัน
5.4 ผู้บริหารโรงเรียนดำเนินการให้มีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานและรายงานผลเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
5.5 เป็นสถานศึกษาต้นแบบการใช้ ICT ให้กับโรงเรียนอื่นๆ มาศึกษาดูงาน นอกจากนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำคู่มือการประเมินสถานศึกษาที่พัฒนาเป็นต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โดยมีข้อตกลงว่า
1. เป็นการประเมินตนเองของสถานศึกษาตามมาตรฐานขั้นต่ำ การพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โดยคณะกรรมการระดับโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษาตั้งอยู่ ซึ่งคณะกรรมการประเมินต้องมีไม่น้อยกว่า 3 คน ในสถานศึกษาขนาดเล็ก-กลางที่มีนักเรียนน้อยกว่า 1,000 คน และ 5 คน ในสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนมากกว่า 1,000 คนโดยประเมินตามมาตรฐานขั้นต่ำ รวม 17 มาตรฐาน
2. เป็นการประเมินตามกรอบมาตรฐาน 15 ข้อ ในช่วงปีการศึกษา 2547 และนำผลการประเมินมาปรับปรุง แก้ไขและพัฒนา โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์และเป้าหมายการประเมินใหม่อีกครั้งในปีต่อไปมาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษา (โรงเรียน) ต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ทั้ง 5 ด้าน รวม 17 มาตรฐานดังกล่าวมานี้ เป็นแรงผลักดันอีกประการหนึ่งที่ต้องมีการกล่าวถึง การกำหนดมาตรฐานด้าน ICT สำหรับครูขึ้นมาควบคู่กัน
มาตรฐาน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่
ดังได้กล่าวในตอนต้นเกี่ยวกับความหมาย และขอบข่ายของคำว่า มาตรฐาน คุณภาพ และเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รวมทั้งมาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษาในการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ จะพบว่า สาระสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษานั้น เป็นทั้งวิธีการและเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนการสอน โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษานั้น ทำให้สามารถจัดการศึกษาและการเรียนการสอนได้อย่างกว้างขวาง และหลากหลายรูปแบบได้มากขึ้นตามมาตรา 24 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทั้ง 6 ข้อที่ว่ามาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็นทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
(5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ
(6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
มาตรา 24 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ไม่ได้กล่าวถึงเทคโนโลยีการเรียนการสอนโดยตรง แต่ได้กล่าวถึงเรื่อง “การจัดกระบวนการเรียนรู้” ซึ่งเมื่อวิเคราะห์รายละเอียดแล้วจะพบว่า“การจัดกระบวนการเรียนรู้” ดังกล่าวนั้น ก็คือ “เทคโนโลยีการเรียนการสอน” นั่นเอง ซึ่งเมื่อนำไปสังเคราะห์กับหมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทุกมาตรา ยิ่งจะเห็นภาพชัดเจนถึงความจำเป็นที่ครูผู้สอนต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ ICT/ETC มากขึ้น สำหรับในต่างประเทศนั้น ได้มีหลายประเทศและหลายองค์การ ได้กำหนดมาตรฐานด้าน
เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาสำหรับครู เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา Maryland State Department of Education ได้กำหนด Maryland Teacher Technology Standards ขึ้น จำนวน 7 มาตรฐาน ผู้อ่านสามารถเข้า ไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.smcm.edu/msde-pt3/projects.htm
นอกจากนั้น สมาคมเทคโนโลยีในการศึกษานานาชาติ (International Society of Technology in Education) ยังได้เสนอมาตรฐานเทคโนโลยีการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมในเรื่องมาตรฐานเกี่ยวกับ ICT/ETC สำหรับครูไว้ด้วยเช่นกัน รายละเอียดดูได้ที่ http://www.iste.org/ ดังนั้น มาตรฐานด้าน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่ จึงควรพิจารณาจากขอบข่ายของเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นสำคัญ ซึ่งสาระสำคัญควรอยู่ในกรอบแนวคิด 3 ประการ ดังนี้
1. มาตรฐานด้านพุทธิพิสัย ควรประกอบไปด้วยความรู้ความเข้าใจ และความสามารถในการประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่าของ ICT/ETC เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2. มาตรฐานด้านทักษะพิสัย ควรประกอบไปด้วย ความสามารถในการใช้ (Operate) เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมต่อการใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้
3. มาตรฐานด้านจิตพิสัย เนื่องจาก ICT/ETC เป็นมรรค (Mean) ผล (End) จึงขึ้นอยู่กับการใช้ICT/ETC นั้นๆ และผู้ใช้ก็คือคน หรือทั้งครูและผู้เรียน ดังนั้น ผู้ใช้จึงควรมีมาตรฐานด้านจริยธรรมคุณธรรม และจรรยาบรรณ เป็นอย่างดี
สรุป
มาตรฐาน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่ดังได้กล่าวมาแล้วนั้น จะเห็นว่า สาระสำคัญของมาตรฐานจะขึ้นอยู่กับความหมายและขอบข่ายของเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 2 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ 1) มาตรฐานและคุณภาพ และ 2) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์สังเคราะห์แล้ว จะทำให้ได้แนวคิดและแนวทางในการกำหนดมาตรฐานด้านICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่ได้ 3 ด้าน ได้แก่ 1) มาตรฐานด้านพุทธิพิสัย 2) มาตรฐานด้านทักษะพิสัย และ 3) มาตรฐานด้านจิตพิสัย ผู้เขียนขอฝากแนวคิดนี้ไว้ให้นักการศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปคิดพิจารณา เพื่อกำหนดเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการพัฒนาวิชาชีพครูของเราต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)