วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

วันหยุดประจำปี 2557

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนมกราคม 2557
                วันพุธที่ 1 มกราคม 2557 » วันขึ้นปีใหม่ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม 2557 » วันเด็กแห่งชาติ
                วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม 2557 » วันการบินแห่งชาติ
                วันอังคาร ที่ 14 มกราคม 2557 » วันทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ
                วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม 2557 » วันครู
                วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม 2557 » วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
                วันศุกร์ ที่17 มกราคม 2557 » วันโคนมแห่งชาติ
                วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม 2557 » วันกองทัพไทย
                วันเสาร์ ที่ 25 มกราคม 2557 » วันกองทัพบก
                วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม 2557 » วันตรุษจีน

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนกุมภาพันธ์ 2557
                วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 » วันนักประดิษฐ์
                วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 » วันเกษตรแห่งชาติ
                วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 » วันทหารผ่านศึก
                วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 » วันอาสารักษาดินแดน
                วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 » วันวาเลนไทน์
                วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 » วันมาฆบูชา (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 » วันศิลปินแห่งชาติ
                วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 » วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ
                วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 » วันสหกรณ์แห่งชาติ

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนมีนาคม 2557
                วันพุธ ที่ 5 มีนาคม 2557 » วันนักข่าว
                วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม 2557 » วันสตรีสากล
                วันพฤหัส ที่ 13 มีนาคม 2557 » วันช้างไทย
                วันพฤหัส ที่ 20 มีนาคม 2557 » วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ
                วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม 2557 » วันกวีนิพนธ์สากล
                วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2557 » วันน้ำของโลก World Day for Water
                วันพฤหัส ที่ 27 มีนาคม 2557 » วันกองทัพอากาศ
                วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม 2557 » วันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนเมษายน 2557
                วันอังคาร ที่ 1 เมษายน 2557 » วันออมสิน
                วันอังคาร ที่ 1 เมษายน 2557 » April Fool's Day
                วันอังคาร ที่ 1 เมษายน 2557 » วันข้าราชการพลเรือน
                วันพุธ ที่ 2 เมษายน 2557 » วันอนุรักษ์มรดกไทย
                วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน 2557 » วันจักรี (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2557 » วันอนามัยโลก
                วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2557 » วันสงกรานต์ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2557 » วันการประมง
                วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2557 » วันผู้สูงอายุแห่งชาติ
                วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน 2557 » วันสงกรานต์ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน 2557 » วันครอบครัว
                วันอังคาร ที่ 15 เมษายน 2557 » วันสงกรานต์ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันอังคาร ที่ 22 เมษายน 2557 » วันคุ้มครองโลก

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนพฤษภาคม 2557
                วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2557 » วันแรงงานแห่งชาติ (วันหยุดราชการ)
                วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม 2557 » วันฉัตรมงคล (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม 2557 » วันกาชาดสากล
                วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2557 » วันพยาบาลสากล
                รอประกาศจากสำนักพระราชวัง » วันพืชมงคล (วันหยุดราชการ)
                วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม 2557 » วันวิสาขบูชา (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2557 » วันงดสูบบุหรี่โลก

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนมิถุนายน 2557
                วันพฤหัส ที่ 5 มิถุนายน 2557 » วันดื่มนมโลก
                วันพฤหัส ที่ 5 มิถุนายน 2557 » วันสิ่งแวดล้อมโลก
                วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน 2557 » วันมหาสมุทรโลก หรือวันทะเลโลก
                วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน 2557 » วันอานันทมหิดล
                วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน 2557 » วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง
                วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน 2557 » วันสุนทรภู่
                วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน 2557 » วันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนกรกฎาคม 2557
                วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม 2557 » วันหยุดครึ่งปีธนาคาร (วันหยุดธนาคาร)
                วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2557 » วันอาสาฬหบูชา (วันหยุดราชการ, วันหยุดธนาคาร)
                วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2557 » วันเข้าพรรษา
                วันจันทร์ ที่ 14 กรกฎาคม 2557 » หยุดชดเชย วันเข้าพรรษา
                วันอังคาร ที่ 29 กรกฎาคม 2557 » วันภาษาไทย

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนสิงหาคม 2557
                วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม 2557 » วันสื่อสารแห่งชาติ
                วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม 2557 » วันรพี
                วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม 2557 » วันสารทจีน
                วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2557 » วันแม่แห่งชาติ (วันหยุดราชการ, วันหยุดธนาคาร)
                วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม 2557 » วันสันติภาพไทย
                วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม 2557 » วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนกันยายน 2557
                วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน 2557 » วันสืบ นาคะเสถียร
                วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน 2557 » วันศิลป์ พีระศรี
                วันอังคาร ที่ 16 กันยายน 2557 » วันโอโซนสากล
                วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน 2557 » วันพิพิธภัณฑ์ไทย
                วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน 2557 » วันไหว้พระจันทร์
                วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน 2557 » วันเยาวชนแห่งชาติ
                วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน 2557 » วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ
                วันพุธ ที่ 24 กันยายน 2557 » วันมหิดล
                วันเสาร์ ที่ 27 กันยายน 2557 » วันทะเลโลก


วันหยุด และวันสำคัญ เดือนตุลาคม 2557
                วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม 2557 » วันผู้สูงอายุสากล
                วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม 2557 » วันออกพรรษา
                วันพฤหัส ที่ 9 ตุลาคม 2557 » วันไปรษณีย์โลก
                วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม 2557 » วันตำรวจ
                วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม 2557 » วันประชาธิปไตย
                วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม 2557 » วันอาหารโลก
                วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม 2557 » วันเทคโนโลยีของไทย
                วันอังคาร ที่ 21 ตุลาคม 2557 » วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ
                วันอังคาร ที่ 21 ตุลาคม 2557 » วันพยาบาลแห่งชาติ
                วันอังคาร ที่ 21 ตุลาคม 2557 » วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ
                วันอังคาร ที่ 21 ตุลาคม 2557 » วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ
                วันพฤหัส ที่ 23 ตุลาคม 2557 » วันปิยมหาราช (วันหยุดราชการ, วันหยุดธนาคาร)
                วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2557 » วันฮาโลวีน (Halloween)
                วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2557 » วันออมแห่งชาติ

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนพฤศจิกายน 2557
                วันพฤหัส ที่ 6 พฤศจิกายน 2557 » วันลอยกระทง
                วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2557 » วันคนพิการ
                วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2557 » วันบิดาแห่งฝนหลวง
                วันพฤหัส ที่ 20 พฤศจิกายน 2557 » วันกองทัพเรือ
                วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน 2557 » วันประถมศึกษาแห่งชาติ
                วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน 2557 » วันวชิราวุธ
                วันพฤหัส ที่ 27 พฤศจิกายน 2557 » วันสาธารณสุขแห่งชาติ
                วันพฤหัส ที่ 27 พฤศจิกายน 2557 » วันสร้างสุขภาพแห่งชาติ

วันหยุด และวันสำคัญ เดือนธันวาคม 2557
                วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2557 » วันเอดส์โลก
                วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2557 » วันต้านเอดส์โลก
                วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2557 » วันดำรงราชานุภาพ
                วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม 2557 » วันคนพิการสากล
                วันพฤหัส ที่ 4 ธันวาคม 2557 » วันสิ่งแวดล้อมไทย
                วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม 2557 » วันพ่อแห่งชาติ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม 2557 » วันรัฐธรรมนูญ (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)
                วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม 2557 » วันกีฬาแห่งชาติ
                วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม 2557 » คริสมาสต์อีฟ
                วันพฤหัส ที่ 25 ธันวาคม 2557 » วันคริสต์มาส
                วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม 2557 » วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
                วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม 2557 » วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
                วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม 2557 » วันสิ้นปี (วันหยุดธนาคาร, วันหยุดราชการ)

          http://event.sanook.com/


วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

กําจัดไวรัสซ่อนไฟล์

 เปิด Command Prompt โดยเข้าที่
1.ไปที่ Start Menu -->All program --> Accessories -->Command Prompt พิมพ์ cmd 
    หรือ กด start พิมพ์ในช่องค้นหาว่า cmd หรือคลิกที่ run
2.จะได้หน้าต่างสีดำๆ มา ให้ทำการดูว่า แฟรชไดส์เราเป็นไดส์อะไร(ไดส์ที่เราจะทำการกำจัดไวรัสซ่อนไฟล์) เช่น ถ้าเป็นไดส์ G ก็ให้พิมพ์ g:  เป็นต้น แล้วกดEnter
เช่น C:\Document and Settings\Administrator> g:
3.จากนั้นให้ทำการพิมพ์ว่า attrib -r -s -a -h /d  /s แล้วกด Enter
เช่น g:\>attrib -r -s -a -h /d  /s
4. รอสักครู่ จนกว่าจะขึ้นแบบไดร์ปกติ (คำสั่ง attrib -r -s -a -h /d  /s ในบรรทัดถัดไปจะไม่มี)  พอขึ้นแบบนี้แล้วให้ทำการ ปิด แล้วให้เปิดไดส์ ของแฟรชไดส์ของเรา
เช่น g:\>

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มาตรฐานด้าน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยยศ เรืองสุวรรณ

บทนำ
เมื่อประมาณกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ.2542 ผู้เขียนได้เขียนบทความสั้นๆ เรื่องหนึ่งในหัวข้อเรื่อง“มาตรฐานประกันคุณภาพการศึกษา : สร้างมาตรฐานการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ” เพื่อใช้ประกอบการบรรยายในการอบรมอาจารย์และบุคลากรใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งประเด็นสำคัญที่บรรยายในครั้งนั้น ได้เน้นในเรื่อง “วัสดุอุปกรณ์ และสื่อเทคโนโลยีการศึกษา” ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่มหาวิทยาลัยคาดหวังให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าวในการพัฒนาระบบการเรียนการสอน โดยเฉพาะเรื่อง IT (Information Technology) ที่มีต่อมาตรฐานและคุณภาพของสถานศึกษา นอกเหนือจากเรื่องอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบหลักของการปฏิรูปการศึกษา จากช่วงเวลานั้นจนถึงปัจจุบัน จะพบว่า IT หรือ ICT (Information and Communication Technology) ได้กลายมาเป็นปัจจัยหลักของระบบการจัดการศึกษาและการเรียนการสอน และขยายออกไปสู่การใช้ในวิถีชีวิตปัจจุบันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในการจัดการเรียนการสอนนั้น “ครู” ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการออกแบบ การพัฒนา และการจัดการเรียนการสอน จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ด้วยอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ ศึกษาในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยก็ตาม ดังนั้น บทความนี้จึงจะเสนอแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา (ETC : Educational Technology and Communications)และมาตรฐาน รวมทั้งตัวอย่างมาตรฐานสถานศึกษาต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ อีกทัศนะหนึ่ง ซึ่งสาระสำคัญดังกล่าวนี้ อาจนำไปประยุกต์เป็นแนวคิดพื้นฐาน และเป็นแนวทางในการกำหนดมาตรฐานด้าน ICT/ETC และเป็นบรรทัดฐานการกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับครูยุคใหม่ต่อไป

ความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นต้นมา ระบบการศึกษา
ได้รับการปฏิรูปไปพร้อมๆ กับการปฏิรูประบบราชการ ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษานั้น ได้มีการปฏิรูปอย่างครบถ้วนทั้งระบบ ทำให้เกิดความคาดหวังใหม่ทั้งในด้านมาตรฐานและคุณภาพของการศึกษา ประกอบกับบริบทด้านวิถีชีวิตในสังคมเปลี่ยนเข้าสูยุคเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ยากต่อการปฏิเสธที่จะไม่ยอมรับเทคโนโลยีดังกล่าว เทคโนโลยีการศึกษาและการเรียนการสอนได้เปลี่ยนโฉมหน้าใหม่จากการเน้นการใช้เทคโนโลยีการสอนสู่เทคโนโลยีการเรียนมากขึ้น การพัฒนาการเรียนการสอนได้ประยุกต์วิธีระบบสู่การปฏิบัติไปพร้อมๆ กับการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในระบบการเรียนมากขึ้นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอน “ครู” ในฐานะผู้จัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนการสอน ต้องเรียนรู้และปฏิรูประบบการเรียนการสอนไปตามกระบวนการและความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นั่นย่อมหมายความว่า มาตรฐานของครูย่อมจะต้องเพิ่มเติมในเรื่องขีดความรู้ความสามารถในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ครูต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาในส่วนของ ICT เพิ่มเข้าไปด้วยนั่นเอง
เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ เรื่อง “มาตรฐานด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาสำหรับครูในศตวรรษที่ 21” งานโสตเทคโนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 วันที่ 1-2 ธันวาคม 2548รองศาสตราจารย์ ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา 
เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กล่าวถึงเรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา ไว้ในหมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63-มาตรา 69 ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
มาตรา 63 รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุ โทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบำรุง ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น
มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาชีพ ความ สามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทั้งนี้โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
มาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
มาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย
มาตรา 68 ให้มีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทาน และผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน รวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อการพัฒนาคนและสังคมหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 69 รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายแผน ส่งเสริม และประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

นอกจากนั้น ใน แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2545-2559 ยังได้กำหนดเป้าหมาย และกรอบดำเนินการในนโยบายข้อ 10 การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และการพัฒนาประเทศ ดังนี้
  1.  เป้าหมาย จำนวน 2 ข้อ ได้แก่
1.1 มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการศึกษาอย่างทั่วถึง และทัดเทียมกันทุกเขตพื้นที่การศึกษาที่มีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอย่างมีระบบ

1.2 ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการเพิ่มพูนความรู้และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามสมควร
2. กรอบดำเนินงาน จำนวน 4 ข้อ ได้แก่
2.1 ส่งเสริมหน่วยงานทุกระดับและสถานศึกษาทุกแห่งให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
2.2 ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มคุณภาพของการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
2.3 ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้และผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีจิตสำนึก มีจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและผลิตสื่อเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ
2.4 พัฒนาผู้รับและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกสรรกลั่นกรอง และใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามนัยของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จะกล่าวถึงเรื่องวิธีการและเครื่องมือเพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งจะประกอบไปด้วย สื่อมวลชน (Mass Media) โทรคมนาคม(Telecommunication) เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) แหล่งการเรียน (Learning Resources) และสื่อโสตทัศน์ (Audiovisual Media)ในส่วนของเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีกระบวนการ (Process Technology) {ที่ประกอบด้วย การวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนา การทดลอง/การใช้ และการประเมิน} เทคโนโลยีเครื่องมือ (Product Technology) และเทคโนโลยีการบูรณาการ
กระบวนการและเครื่องมือ (Integration of Process and Product Technology) แนวคิดดังกล่าวอาจสรุปได้ว่าเป็นการประยุกต์วิธีระบบเข้าสู่การศึกษาและการเรียนการสอนนั่นเองความหมายและขอบข่ายของเทคโนโลยีการศึกษาดังกล่าวข้างต้น จะเป็นแนวคิดและแนวทางตลอดจนบรรทัดฐานในการกำหนดมาตรฐานด้าน ICT และ ETC สำหรับครูยุคปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี

มาตรฐานหรือคุณภาพ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของคำว่า “มาตรฐาน” ไว้ว่าหมายถึง “สิ่งที่ถือเอาเป็นเกณฑ์ที่รับรองกันโดยทั่วไป เช่น เวลามาตรฐานกรีนิช สิ่งที่ถือเอาเป็นเกณฑ์สำหรับเทียบกำหนด ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เช่น มาตรฐานอุตสาหกรรม หนังสือนี้ยังไม่เข้ามาตรฐาน” ตัวอย่างของมาตรฐานอาจจะขยายความต่อไปได้อีกมาก เช่น มาตรฐานขั้นต่ำของคนต้องมีอวัยวะ “ครบองค์ 32” มาตรฐานของบ้านต้องมีห้องน้ำ ห้องส้วม วัดต้องมีโบสถ์ โรงเรียนต้องมีห้องสมุดรถยนต์ต้องมีเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวต้องเป็นเกณฑ์ที่รับรองกันโดยทั่วไป ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
“คุณภาพ” หมายถึง “ลักษณะที่ดีเด่นของบุคคลหรือสิ่งของ ดังนั้น “คุณภาพ” จึงเป็นภาวะหรือสภาพที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์ ในทางธุรกิจและอุตสาหกรรม ถือว่าลูกค้าหรือผู้บริโภคเป็นบุคคลสำคัญจึงนิยามความหมายของคุณภาพว่า “คุณภาพ” คือ สภาพที่เป็นคุณประโยชน์และทำความพึงพอใจต่อลูกค้ามาตรฐานและคุณภาพมักจะควบคู่กันอยู่เสมอ มาตรฐานเป็นข้อกำหนดองค์ประกอบ ส่วนคุณภาพเป็นระดับของคุณค่าหรือประโยชน์ของแต่ละองค์ประกอบ ตัวอย่างของมาตรฐานรถยนต์ทุกประเภทต้องมีกระจกทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังถ้ารถคันใดมีกระจกไม่ครบทุกด้านถือว่าไม่ได้มาตรฐาน คุณภาพของกระจกรถยนต์มีสูงต่ำหลายระดับ เช่น แตกแล้วกระจายออกทันที แตกแล้วไม่กระจายของแข็งกระทบก็ไม่แตก ยิงด้วยปืนก็ไม่แตก เป็นต้น มาตรฐานสูงจึงหมายถึง มีองค์ประกอบที่เป็นคุณประโยชน์เป็นจำนวนมาก คุณภาพสูง หมายถึง แต่ละองค์ประกอบและองค์รวมก่อให้เกิดคุณประโยชน์และความพึงพอใจในระดับสูง
มาตรฐานและคุณภาพการศึกษาอันเป็นผลรวมหรือจุดหมายปลายทาง ได้แก่ ผู้เรียนมีคุณภาพ คือเป็นคนที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม เช่น มีความรู้ มีความสามารถ เฉลียวฉลาด คิดเป็นแก้ปัญหาเป็น มีคุณธรรม เป็นพลเมืองดี ทำงานเป็น มีอาชีพ พึ่งตนเองได้ เผื่อแผ่ผู้อื่น และเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นต้น ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางดังกล่าว กระบวนการจัดการศึกษาต้องมีมาตรฐาน และคุณภาพ หลายด้าน เช่น นโยบายและแผนการศึกษา ระบบการศึกษา ระบบบริหารและการจัดการศึกษาครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมเพื่อการศึกษา หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์และสื่อเทคโนโลยีการศึกษา การวัดและประเมินผลการศึกษา และงบประมาณและทรัพยากรเพื่อการศึกษา ทั้ง 9 เรื่องนี้จะต้องมีมาตรฐานและคุณภาพที่เป็นคุณประโยชน์ ทำความพึงพอใจต่อทุกฝ่ายทั้งฝ่ายผู้เรียน ผู้สอน ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้ปกครองของผู้เรียน ผู้ใช้บริการและประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี และผู้เป็นสมาชิกของสังคมและของชาติ

มาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษาเพื่อใช้ ICT พัฒนาการเรียนรู้

กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดมาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษา (โรงเรียน) ต้นแบบการใช้ ICTเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ขึ้น 5 ด้าน รวม 17 มาตรฐาน ดังนี้
1. ด้านการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา
1.1 มีแผนพัฒนาด้าน ICT ระยะกลาง (3-5 ปี) และแผนพัฒนาด้าน ICT ที่อยู่ในแผนปฏิบัติการประจำปีมีระบบเครือข่าย Intranet/LAN ในสถานศึกษา
1.2 มีอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของสถานศึกษา
1.3 มีซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในสถานศึกษาที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์
2. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
2.1 มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ ICT เป็นเครื่องมือและได้จัดการเรียนรู้ตามแผนฯ ที่กำหนด
2.2 ครูสามารถใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 มีรูปแบบการเรียนรู้ด้วย ICT ที่หลากหลายหรือตามแนวทางที่สถาบันพี่เลี้ยงกำหนด
3. ด้านการจัดการเรียนการสอน
3.1 นักเรียนได้เรียนรู้จากการใช้ ICT เป็นเครื่องมือในรูปแบบที่หลากหลายในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และได้ทำกิจกรรมต่างๆ โดยใช้ ICT ตามความสนใจของนักเรียน
3.2 นักเรียนมีทักษะการใช้ ICT ในการเรียนรู้ สามารถสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานที่ได้จากการใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
3.3 นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดและคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนสูงขึ้น
4. ด้านกระบวนการเรียนรู้
4.1 มี Web site ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน
4.2 มีการจัดทำระบบ Knowledge Management ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
4.3 มีการจัดรวบรวมสื่อ นวัตกรรมการเรียนการสอนด้วย ICT อย่างเป็นระบบ / จัดเป็นคลัง/แหล่งเรียนรู้/ศูนย์สื่อ ICT หรือห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) ฯลฯ ตามศักยภาพของสถานศึกษา
5. ด้านทรัพยากรการเรียนรู้
5.1 มีแผนพัฒนาด้าน ICT ระยะกลาง (3-5 ปี) และแผนพัฒนาด้าน ICT ที่อยู่ในแผนปฏิบัติการประจำปี
5.2 มีการสนับสนุนงบประมาณด้าน ICT เพื่อการเรียนการสอน
5.3 ส่งเสริมให้มีการประสานเครือข่ายจากชุมชน องค์กรภาครัฐและเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนด้าน ICT ที่ต่างได้รับประโยชน์ร่วมกัน
5.4 ผู้บริหารโรงเรียนดำเนินการให้มีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานและรายงานผลเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
5.5 เป็นสถานศึกษาต้นแบบการใช้ ICT ให้กับโรงเรียนอื่นๆ มาศึกษาดูงาน นอกจากนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำคู่มือการประเมินสถานศึกษาที่พัฒนาเป็นต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โดยมีข้อตกลงว่า
1. เป็นการประเมินตนเองของสถานศึกษาตามมาตรฐานขั้นต่ำ การพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โดยคณะกรรมการระดับโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษาตั้งอยู่ ซึ่งคณะกรรมการประเมินต้องมีไม่น้อยกว่า 3 คน ในสถานศึกษาขนาดเล็ก-กลางที่มีนักเรียนน้อยกว่า 1,000 คน และ 5 คน ในสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนมากกว่า 1,000 คนโดยประเมินตามมาตรฐานขั้นต่ำ รวม 17 มาตรฐาน
2. เป็นการประเมินตามกรอบมาตรฐาน 15 ข้อ ในช่วงปีการศึกษา 2547 และนำผลการประเมินมาปรับปรุง แก้ไขและพัฒนา โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์และเป้าหมายการประเมินใหม่อีกครั้งในปีต่อไปมาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษา (โรงเรียน) ต้นแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ทั้ง 5 ด้าน รวม 17 มาตรฐานดังกล่าวมานี้ เป็นแรงผลักดันอีกประการหนึ่งที่ต้องมีการกล่าวถึง การกำหนดมาตรฐานด้าน ICT สำหรับครูขึ้นมาควบคู่กัน

มาตรฐาน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่
ดังได้กล่าวในตอนต้นเกี่ยวกับความหมาย และขอบข่ายของคำว่า มาตรฐาน คุณภาพ และเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รวมทั้งมาตรฐานการพัฒนาสถานศึกษาในการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ จะพบว่า สาระสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษานั้น เป็นทั้งวิธีการและเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนการสอน โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษานั้น ทำให้สามารถจัดการศึกษาและการเรียนการสอนได้อย่างกว้างขวาง และหลากหลายรูปแบบได้มากขึ้นตามมาตรา 24 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทั้ง 6 ข้อที่ว่ามาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็นทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
(5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ
(6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
มาตรา 24 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ไม่ได้กล่าวถึงเทคโนโลยีการเรียนการสอนโดยตรง แต่ได้กล่าวถึงเรื่อง “การจัดกระบวนการเรียนรู้” ซึ่งเมื่อวิเคราะห์รายละเอียดแล้วจะพบว่า“การจัดกระบวนการเรียนรู้” ดังกล่าวนั้น ก็คือ “เทคโนโลยีการเรียนการสอน” นั่นเอง ซึ่งเมื่อนำไปสังเคราะห์กับหมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทุกมาตรา ยิ่งจะเห็นภาพชัดเจนถึงความจำเป็นที่ครูผู้สอนต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ ICT/ETC มากขึ้น สำหรับในต่างประเทศนั้น ได้มีหลายประเทศและหลายองค์การ ได้กำหนดมาตรฐานด้าน
เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาสำหรับครู เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา Maryland State Department of Education ได้กำหนด Maryland Teacher Technology Standards ขึ้น จำนวน 7 มาตรฐาน ผู้อ่านสามารถเข้า ไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.smcm.edu/msde-pt3/projects.htm
นอกจากนั้น สมาคมเทคโนโลยีในการศึกษานานาชาติ (International Society of Technology in Education) ยังได้เสนอมาตรฐานเทคโนโลยีการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมในเรื่องมาตรฐานเกี่ยวกับ ICT/ETC สำหรับครูไว้ด้วยเช่นกัน รายละเอียดดูได้ที่ http://www.iste.org/ ดังนั้น มาตรฐานด้าน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่ จึงควรพิจารณาจากขอบข่ายของเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นสำคัญ ซึ่งสาระสำคัญควรอยู่ในกรอบแนวคิด 3 ประการ ดังนี้
1. มาตรฐานด้านพุทธิพิสัย ควรประกอบไปด้วยความรู้ความเข้าใจ และความสามารถในการประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่าของ ICT/ETC เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2. มาตรฐานด้านทักษะพิสัย ควรประกอบไปด้วย ความสามารถในการใช้ (Operate) เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมต่อการใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้
3. มาตรฐานด้านจิตพิสัย เนื่องจาก ICT/ETC เป็นมรรค (Mean) ผล (End) จึงขึ้นอยู่กับการใช้ICT/ETC นั้นๆ และผู้ใช้ก็คือคน หรือทั้งครูและผู้เรียน ดังนั้น ผู้ใช้จึงควรมีมาตรฐานด้านจริยธรรมคุณธรรม และจรรยาบรรณ เป็นอย่างดี

สรุป

มาตรฐาน ICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่ดังได้กล่าวมาแล้วนั้น จะเห็นว่า สาระสำคัญของมาตรฐานจะขึ้นอยู่กับความหมายและขอบข่ายของเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 2 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ 1) มาตรฐานและคุณภาพ และ 2) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์สังเคราะห์แล้ว จะทำให้ได้แนวคิดและแนวทางในการกำหนดมาตรฐานด้านICT/ETC สำหรับครูยุคใหม่ได้ 3 ด้าน ได้แก่ 1) มาตรฐานด้านพุทธิพิสัย 2) มาตรฐานด้านทักษะพิสัย และ 3) มาตรฐานด้านจิตพิสัย ผู้เขียนขอฝากแนวคิดนี้ไว้ให้นักการศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปคิดพิจารณา เพื่อกำหนดเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการพัฒนาวิชาชีพครูของเราต่อไป

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ระบบตัวเลข (Number System)

1.กล่าวนำ
ระบบตัวเลขที่เราได้ใช้กันมาตลอดตั้งแต่ที่เราจำความกันได้นั้น จะประกอบไปด้วยเลข 10ตัว คือ เลข 0,1,2,3,4,5,6,7,8,9 ซึ่งมนุษย์เราได้ใช้ระบบการนับเหล่านี้มาใช้ในการสื่อสาร บอกปริมาณ ขนาด ทำให้ทุกคนสามารถมีความเข้าใจตรงกันในการสื่อความหมาย ซึ่งระบบเลขนี้คือระบบเลขฐานสิบนั่นเอง
แต่ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะทางคอมพิวเตอร์ได้ถูกพัฒนามาเป็นอย่างมาก ซึ่งหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์นั้น จะมีลักษณะการทำงานภายในเพียง 2 จังหวะเท่านั้น คือ ON และ OFF ในลักษณะของวงจรสวิทชิ่งนั้นเอง จากลักษณะการทำงานของสวิทชิ่งนั้น เราสามารถนำระบบเลขฐานสองมาประยุกต์ใช้ในการสื่อความหมายแทนคำว่า ON และ OFF ของวงจรสวิทชิ่ง เนื่องจากเลขฐานสองจำนวนหลาย ๆ หลัก เมื่อนำมาสื่อความหมายแล้วจะทำให้เกิดความสับสนในการสื่อความซึ่งกันและกัน จึงเป็นการไม่สะดวกนักในการใช้เลขฐานสองเพียงอย่างเดียว เราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาระบบเลขฐานอื่น ๆ ซึ่งมีความสะดวกในการสื่อความหมายและจะต้องมีความสะดวกในการแปลงค่ากับเลขฐานสอง ระบบเลขที่เรานิยมนำมาใช้คือระบบเลขฐานแปดและฐานสิบหกนั่นเอง

 2.ระบบตัวเลข (Number System)
ระบบตัวเลขในแต่ละระบบจะมีจำนวนตัวเลขโดด (Digit) เท่ากับชื่อของระบบตัวเลขฐานนั้น ๆ ได้แก่
ระบบเลขฐานสอง (Binary number system) จะประกอบด้วยเลขโดดพื้นฐานจำนวน 2 ตัว คือ 0 และ 1
ระบบเลขฐานห้า (Quinary number system) จะประกอบด้วยเลขโดดพื้นฐานจำนวน 5 ตัว คือ 0, 1, 2, 3 และ 4 ระบบเลขนี้นิยมแพร่หลายในพวกเอสกิโม (Eskimos) และอินเดียนในอเมริกาเหนือ
ระบบเลขฐานแปด (Octal number system) จะประกอบด้วยเลขโดดพื้นฐานจำนวน 8 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7
ระบบเลขฐานสิบ (Decimal number system) จะประกอบด้วยเลขโดดพื้นฐานจำนวน 10 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 และ 9
ระบบเลขฐานสิบสอง (Duodecimal number system) จะประกอบด้วยเลขโดดพื้นฐานจำนวน 12 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, a และ b ซึ่งระบบเลขฐานสิบสองนี้จะเห็นได้จากนาฬิกา นิ้วและฟุต โหลและกุรุส
ระบบเลขฐานสิบหก (Hexadecimal number system) จะประกอบด้วยเลขโดดพื้นฐานจำนวน 16 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, A, B, C, D, E และ F